สิทธิหน้าที่และวิธีปฏิบัติตนของนักศึกษาทุน
1. การเงิน
มูลนิธิฯ จะจัดส่งเงินค่าใช้จ่ายจ่าง ๆ ได้แก่ เงินยังชีพ เงินค่าหน่วยกิตและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเก็บ รวมไปถึงค่าหอพักและค่าเช่าที่พัก ผ่านทางธนาคาร โดยนักศึกษาต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์กับ ธนาคารกรุงไทยสาขาที่สามารถใช้บริการได้สะดวก แล้วแจ้งเลขที่บัญชีให้มูลนิธิ ฯ ทราบโดยเร็ว
สำหรับเงินที่นักศึกษาทุนพึงได้รับตามหลักเกณฑ์ของมูลนิธิฯ มีดังนี้
เงินยังชีพ
เงินยังชีพนี้กำหนดเป็นให้เป็นรายเดือน โดยนักศึกษาทุนใหม่เริ่มให้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จนถึงเดือนมีนาคมของปีการศึกษาต่อไป
(รวม 10 เดือน ยกเว้นเดือนเมษายนและพฤษภาคม)
ในกรณีที่นักศึกษาทุนต้องศึกษามากกว่า 10 เดือน (ได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ , วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีบางแห่ง , คณะแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยนอกระบบบางแห่งและนักศึกษาทุนที่ได้รับอนุมัติจากมูลนิธิฯ ให้ลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อน) ขอให้แจ้งมายังมูลนิธิฯ ภายในภาคปลายการศึกษาที่ 2 เพื่อจัดส่งค่ายังชีพแก่นักศึกษาทุนต่อไป
หมายเหตุ มูลนิธิฯ จะส่งเงินยังชีพให้นักศึกษาทุนโดยผ่านธนาคารไม่เกินวันที่ 5 ของเดือน หากนักศึกษาทุนไม่ได้รับเงินภายในเวลาที่กำหนด ขอให้ติดต่อมายังมูลนิธิฯ โดยด่วน
2. การเรียน
ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ต้องการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาที่อุตสาหะในการเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจนสำเร็จการศึกษา ดังนั้นมูลนิธิฯ จึงวางหลักเกณฑ์ในการเรียนไว้ดังนี้
หลักเกณฑ์การต่อทุนเรื่องผลการเรียนของนักศึกษา
นักศึกษาทุนต้องมีผลการเรียนอย่างน้อย 2.00 ตามหลักเกณฑ์การต่อทุนที่มูลนิธิฯ กำหนดไว้ และในกรณีที่นักศึกษามีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว คณะกรรมการมูลนิธิฯ จะเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรอนุมัติการต่อทุนให้หรือไม่เป็นกรณี ๆ ไป
หมายเหตุ - สำหรับบางคณะที่เรียน 5 6 ปี มีหลักเกณฑ์การดำเนินการเหมือนระบบ 4 ปี ทุกประการ
- นักศึกษาทุนต้องแจ้งผลการสอบให้มูลนิธิฯ ทราบหลังจากเสร็จสิ้นการสอบในแต่ละภาคการศึกษาโดยขอให้ทางคณะแจ้งผลการสอบของนักศึกษาแก่มูลนิธิฯ
หรือแจ้งด้วยตัวเองก็ได้ **(เฉพาะผลการเรียนเท่านั้น)**
กรณีไม่จบตามหลักสูตร ตก หรือลาพักการเรียน
นักศึกษาทุนที่กำลังรับทุนอยู่หากลาพักการเรียนในภาคการศึกษาใดหรือปีการศึกษาใดก็ตาม นักศึกษาทุนจะต้องแจ้งให้มูลนิธิฯ ทราบ เพื่อจะได้พิจารณาว่านักศึกษาทุนผู้นั้นสมควรจะได้รับทุนการศึกษา เงินยังชีพ และเงินสนับสนุนอื่น ๆ ต่อไปหรือไม่ นักศึกษาทุนที่ไม่แจ้งเรื่องการลาพักการเรียนให้มูลนิธิฯ ทราบและยังคงรับเงินต่าง ๆ เช่นปกติ จะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง และมูลนิธิฯ จะงดให้ทุนสำหรับนักศึกษาผู้นั้นเสีย ตลอดจนให้นักศึกษาคืนเงินดังกล่าวที่ได้รับแก่มูลนิธิฯ และกรณีที่นักศึกษาทุนบางคนพลาดพลั้ง
ในการสอบเนื่องจากเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุสุดวิสัย นักศึกษาทุนสามารถยื่นคำร้องมาโดยผ่านคณบดี เพื่อให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ข้อปฏิบัติเมื่อไม่จบการศึกษา และมีความประสงค์จะขอต่อทุนในปีการศึกษาต่อไป
การขอต่อทุนต้องมีเหตุผลอันควรและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการมูลนิธิฯ ดังนั้นหากนักศึกษาทุนมีความประสงค์จะขอต่อทุน ขอให้นักศึกษาทุนติดต่อทางคณะเพื่อจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้
- หนังสือขอต่อทุนปีต่อไป (ดังแบบฟอร์มที่แนบมา)
- หนังสือรับรองจากทางคณะ / มหาวิทยาลัย
- ผลการเรียนโดยสรุป (GPA / GPAX แต่ละภาคการศึกษาจนถึงปัจจุบัน)
- วิชาที่ค้างเรียนและเหตุผลที่ยังไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ รวมทั้งโปรดระบุว่าจะสำเร็จการศึกษาเมื่อใด
- หนังสือรับรองจากคณบดีและใบรับรองแพทย์ (กรณีที่ดร็อปบางภาคการศึกษาเนื่องจากป่วย)
ข้อปฏิบัติเมื่อจะจบการศึกษา
หากนักศึกษาทุนคนใดจะจบการศึกษาในภาคการศึกษาใดก็ตาม ต้องแจ้งให้มูลนิธิ ฯ ทราบก่อนสิ้นภาคการศึกษานั้น และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไปปฏิบัติงานหรือศึกษาต่อ ณ ที่ใด โปรดแจ้งกลับมายังมูลนิธิ ฯ เพื่อสะดวกในการติดต่อและแจ้งข่าวสารต่าง ๆ
การขอทุนสนับสนุนในกรณีพิเศษ
* การลงทะเบียนภาคฤดูร้อน
ในกรณีที่นักศึกษามีความจำเป็นต้องลงทะเบียนภาคฤดูร้อน ขอให้แจ้งมายังมูลนิธิฯ เพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไปตามความจำเป็น (เช่น รายวิชานั้นเป็นวิชาบังคับของคณะแต่ไม่เปิดสอนในภาคการศึกษาปกติ , ดร็อปด้วยเหตุผลจำเป็น , เป็นปีการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตรแต่ยังเหลือบางรายวิชาที่จำเป็น เป็นต้น) ภายในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา
นักศึกษาต้องส่งเอกสารต่าง ๆ ผ่านทางคณะ ได้แก่
1. แบบฟอร์มขอลงทะเบียนภาคฤดูร้อน
2. ใบแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน
3. ผลการเรียนภาคเรียนที่ 2
* การขอทุนสนับสนุนการทำปริญญานิพนธ์
หากระเบียบข้อบังคับของคณะใดที่กำหนดว่านักศึกษาต้องทำปริญญานิพนธ์ เช่น ศิลปนิพนธ์ เพื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร มูลนิธิฯ ยินดีให้ทุนการสนับสนุน
โดยนักศึกษาต้องปฏิบัติ ดังนี้
1. แจ้งรายละเอียดการทำปริญญานิพนธ์โดยละเอียด เช่น หัวข้อ อาจารย์ควบคุม วันที่เสนอโครงการ
2. เสนอแบบฟอร์มที่คณะของนักศึกษาจัดทำขึ้น โดยมีอาจารย์ผู้ควบคุมลงนามและผ่านการอนุมัติของหัวหน้าภาควิชาหรือคณบดี
3. สอบถามผลการสนับสนุนของมูลนิธิฯ ผ่านคณะ
4. การเบิกค่าใช้จ่ายสามารถเป็นงวดได้ โดยทำเรื่องผ่านคณบดีพร้อมมีใบเสร็จรับเงินแนบมาด้วย
5. เมื่อจัดทำศิลปนิพนธ์เสร็จสิ้น ต้องมอบปริญญาแก่มูลนิธิฯ 1 เล่ม
หมายเหตุ รายการใดที่ต้องเสนอเรื่องผ่านคณบดีหรือเรื่องที่ต้องได้รับความรับรองจากทางคณะ ให้นักศึกษาแจ้งความจำนงผ่านทางฝ่ายกิจการนักศึกษาของคณะ โดยอ่านรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมส่งเอกสารดังระบุมาให้ครบถ้วนเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการ ห้ามส่งเรื่องดังกล่าวมาเองโดยเด็ดขาด เมื่อมูลนิธิ ฯ ได้รับเรื่องของนักศึกษาทุนแล้วจะติดต่อไปยังคณะและขอให้นักศึกษาติดต่อสอบถามความคืบหน้าและผลการดำเนินการจากฝ่ายกิจการนักศึกษาของคณะที่กำลังศึกษาอยู่
3. ความประพฤติ
นักศึกษาทุนของมูลนิธิจุมภฏ - พันธุ์ทิพย์ ต้องประพฤติดี หมายถึง เคารพ ปฏิบัติตามกฏระเบียบของสถาบันและกฏหมายมหาชน โดยดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับอัตภาพของตนเอง อีกทั้งคำนึงถึงความรับผิดชอบอันพึงมีต่อตนเอง ผู้ปกครอง และผู้ให้ทุนการศึกษา
4. พิธีปฐมนิเทศ พิธีปัจฉิมนิเทศ
มูลนิธิฯ กำหนดจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาทุนได้พบกับคณะกรรมการมูลนิธิฯ และเพื่อนนักศึกษาทุนด้วยกัน เพื่อร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกัน ในส่วนนักศึกษาทุนใหม่จะได้ทราบถึงข้อปฏิบัติต่าง ๆ ในการเป็นนักศึกษาทุน ส่วนผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาในแต่ละรุ่น มูลนิธิ ฯ จะมอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีที่นักศึกษาทุนจะสำเร็จการศึกษาแล้ว นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายให้ความรู้และคำแนะนำวิธีการปฏิบัติตนและการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ นักศึกษาทุนมูลนิธิฯ ทุกคนต้องเข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศ พิธีปัจฉิมนิเทศที่จัดขึ้น หากมีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เช่น ติดสอบ ขอให้แจ้งมายังมูลนิธิฯ
ขั้นตอนในการเบิกจ่ายค่าลงทะเบียนการศึกษา , ค่าหอพักและค่าเช่าที่พัก
กรณีต้องการให้มูลนิธิฯ สำรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ล่วงหน้า
1. นักศึกษาส่งแบบฟอร์มใบแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายการลงทะเบียน ที่ผ่านการปรึกษาและได้รับการอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมกับส่งรายงานผลการศึกษาของภาคการศึกษาล่าสุดมายังมูลนิธิฯ โดยผ่านทางฝ่ายกิจการของคณะ
2. เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตรวจดูความถูกต้องของเอกสาร และจัดส่งเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม โดยส่งเงินผ่านบัญชีธนาคารตามที่นักศึกษาแจ้งไว้กับมูลนิธิฯ
3. นักศึกษาตรวจสอบการโอนเงินทางบัญชี เมื่อได้รับเงินแล้วนำเงินไปลงทะเบียนกับสถาบันการศึกษาให้เรียบร้อย
4. นักศึกษานำใบเสร็จรับเงินตัวจริง หรือ ถ่ายสำเนาใบเสร็จพร้อมลงนามรับรอง ไปให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาของสถาบัน / คณะ เพื่อจัดส่งเอกสารดังกล่าวมายังมูลนิธิฯ ต่อไป
กรณีนักศึกษาสำรองจ่ายค่าลงทะเบียนด้วยตัวเอง ให้ทำเรื่องขอเบิกมายังมูลนิธิฯ
1. นักศึกษานำใบเสร็จรับเงินตัวจริง หรือ ถ่ายสำเนาใบเสร็จพร้อมลงนามรับรอง ไปให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาของสถาบัน / คณะ เพื่อจัดส่งเอกสารดังกล่าวมายังมูลนิธิฯ ต่อไป
2. ส่งรายงานผลการเรียนศึกษาของภาคการศึกษาล่าสุดมายังมูลนิธิฯ
3. เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตรวจดูความถูกต้องของเอกสาร และจัดส่งเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงิน โดยส่งเงินผ่านบัญชีธนาคารตามที่นักศึกษาแจ้งไว้กับมูลนิธิฯ
กรณีนักศึกษาต้องเช่าที่พักนอกสถานศึกษา
1. นักศึกษาส่งแบบฟอร์มการขอสนับสนุนค่าเช่าที่พักนอกสถานศึกษา และทุกครั้งที่ขอเบิกต้องมีใบเสร็จรับเงินจากเจ้าของหอพักมาแสดงทุกครั้ง โดยมูลนิธิฯ
จะช่วยเหลือในอัตราเดือนละ 500 บาท
2. นักศึกษาจะขอเบิกทีละเดือน หรือเบิกล่วงหน้าก็ได้ โดยเบิกได้ ดังนี้ ภาคการศึกษาแรก เริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม ภาคการศึกษาที่ 2 เริ่ม
เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมีนาคมของปีการศึกษาต่อไป (รวม 10 เดือน)