|
|
1. ทุนการศึกษานี้ มูลนิธิ จุมภฏ พันธุ์ทิพย์ ให้ชื่อว่า ทุน จุมภฏ พันธุ์ทิพย์ 2. ทุนการศึกษานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความมช่วยเหลือผู่ที่ขยันหมั่นเพียรในการเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อจะได้ศึกษาจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 3. คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ เป็นผู้กำหนดจำนวนทุน มูลค่าทุน และสถาบันการศึกษาของผู้รับทุน ตลอดจนเกณฑ์การให้ทุนอื่น ๆ
4.
คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ
มอบหมายทำหน้าที่บริหารทุนการศึกษาตามระเบียบนี้ กล่าวคือ
การคัดเลือกผู้รับทุน การติดตามผลการศึกษา 5. คุณสมบัติของผู้สมัครรับทุนการศึกษา มีดังต่อไปนี้ (1) เป็นนักศึกษาซึ่งกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (2) มีอายุระหว่าง 15-25 ปี (3) มีความขยันหม่นเพียรในการเรียนและมีผลการสอบปลายปีการศึกษาจากสถาบันการศึกษามาแสดงต่อคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ (4) มีฐานะยากจนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจึงจะศึกษาต่อได้ หรือมีกิจกรรมซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสถาบันการศึกษาของตน หรือมีคุณสมบัติดีเด่นอื่น ๆ (5) มีความประพฤติดี (6) สุขภาพสมบูรณ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา (7) เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาจากสถาบันอื่นอยู่ 6. การยื่นใบสมัคร (1) ผู้ที่ประสงค์จะขอรับทุนการศึกษา สามารถขอใบสมัครได้ที่สถาบันการศึกษาที่ตนศึกษาอยู่
(2)
ผู้สมัครต้องได้รับการรับรองจากผู้ปกครอง
โดยกรอกข้อความในแบบใบรับรองของมูลนิธิฯ
ในกรณีที่ผู้ปกครองและผู้สมัครไม่ได้อยู่ภูมิลำเนาเดียวกัน (3) ผู้สมัครต้องส่งรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นดำ ขนาด 3 x 4 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี พร้อมกับใบสมัคร (4) ผู้สมัครต้องส่งใบรับรองแพทย์ ตามแบบใบรับรองแพทย์ของมูลนิธิ ฯ
(5)
ผู้สมัครต้องส่งใบสมัครขอรับทุนพร้อมเอกสารโดยครบถ้วนที่สำนักงานคณบดีของคณะที่ตนศึกษาอยู่ภายในเวลาที่คณะกำหนดไว้
เพื่อทางคณะจะทำการคัดเลือก 7. ผลการคัดเลือกนักศึกษา คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ จะประกาศให้ทราบโดยตรงหรือแจ้งผ่านไปยังสถาบันการศึกษาที่ผู้ขอรับทุนศึกษาอยู่ 8. ผู้รับทุนจะต้องรายงานผลการศึกษาต่อคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ เป็นประจำทุกภาคการเรียนโดยเคร่งครัด 9. ทุนการศึกษาจะสิ้นสุดเมื่อ (1) ผู้รับทุนถึงแก่กรรม
(2)
ผู้รับทุนพ้นจากสภาพนักศึกษาตามคำสั่งของสถาบันการศึกษา
โดยมีความผิดทางระเบียบวินัยหรือประพฤติตนเสื่อมเสีย
หรือมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าที่ (3) ผู้รับทุนขาดคุณสมบัติข้อ 5(3) , (4) , (5) และ(6) (4) ผู้รับทุนสละสิทธิ์ (5) ผู้รับทุนมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 หรือสอบไล่ประจำปีตก และคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ เห็นควรให้งดทุน (6) มูลนิธิ ฯ ไม่ประสงค์จะให้มีทุนการศึกษาต่อไป (7) ผู้รับทุนย้ายจากคณะหรือสถาบันการศึกษาที่เรียนในขณะที่ได้รับการคัดเลือกให้รับทุนของมูลนิธิ ฯ เพื่อไปเรียนในคณะหรือสถาบันการศึกษาอื่น 10. คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ อาจพิจารณายกเว้นการใช้ระเบียบนี้ข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ในกรณีที่มีความจำเป็นและเห็นสมควร 11. ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ หากมีข้อความใดในระเบียบไม่ชัดเจน ให้คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ มีอำนาจตีความ และการตีความดังกล่าวนี้ให้ถือเป็นที่สุด
12.
ระเบียบทุนการศึกษา
และระเบียบว่าด้วยคุณสมบัติของผู้สมัครรับทุนการศึกษานี้เป็นเพียงการแจ้งให้ทราบเท่านั้น
ไม่มีผลบังคับทางกฎหมายแต่อย่างใด 13. คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ อาจพิจารณาให้ทุนการศึกษาเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบทุนการศึกษานี้ โดยยึดถือวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ฯ เป็นหลัก 14. นับแต่วันใช้ระเบียบทุนการศึกษานี้ ให้ยกเลิกระเบียบทุนการศึกษาที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น
ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พุทธศักราช 2543 สุขุมพันธุ์ บริพัตร
(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์
บริพัตร)
|